crqmblt

สัจจะธรรมดา

ในยุคปัจจุบันที่สงครามกลับมาอีกครั้ง และมีคนที่ไม่น่าไว้วางใจเล่นการเมือง ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่ถามถึงสิ่งที่ฮีลใจเราได้ ผมไปปฏิบัติธรรมมาแล้วหลายวัดหลายสำนัก และพบว่าบางทีมันเครียดเพิ่มอีกก็ได้นะ ดังนั้นผมจึงเริ่มพิจารณาถามตัวเองว่า ทำไมเราต้องหยิบศาสนามาเป็นที่พึ่งทางใจเสมอ ผมโตมาเป็นคนธรรมะธัมโมขนาดนั้นหรือ ผมจึงมีความปรารถนาว่าอยากจะเจอเวอร์ชันหรือมิติของคนคนหนึ่งที่ชื่อว่า คุณโยธิน ได้ไหมที่ไม่รู้จักศาสนาเลย "คุณโยธินที่ไม่รู้จักศาสนาจะเป็นแบบไหน?"

เชื่อหรือไม่ว่าผมตัดสินใจลองใช้อนิเมะเป็นยาฮีลใจสุขภาพจิตดู ก่อนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ผมตั้งเป้าหมายว่าจะต้องดูภาพยนตร์อนิเมะค่ายจิบลิ (Ghibli) ให้ครบ

ผมเคยดูมาแล้วบางเรื่อง และผมเริ่มกลับมาดูภาพยนต์ Castle In The Sky แล้วก็เอาอนิเมะของ อาจารย์ Makoto Shinkai มาร่วมในเพลย์ลิสต์ด้วย (Your Name, Weathering With You, Suzume)

แต่อนิเมะที่สำคัญต่อสุขภาพจิตของผมมากที่สุดคือเรื่อง Neon Genesis Evangelion ที่เก่ากว่า 30 ปีแล้ว โดยเฉพาะตัวละครหลักอย่าง อิคาริ ชินจิ ซึ่งกลายเป็นฮีโร่ของผมไปแล้ว เพราะว่าในที่สุด ชินจิ เข้าใจว่า ถึงแม้ว่าเขาแย่หรืองี่เง่าแค่ไหนก็ตาม การเป็นตัวเขาเอง ไม่มีใครอื่นแบกภาระของการเป็น ชินจิ ได้

การเข้าใจอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ถ้าเรียกว่า "บรรลุธรรม" ผมไม่คิดว่ามันจะผิดเลยด้วยซ้ำ มันมีลักษณะของการตระหนักรู้ถึงสภาวะต่าง ๆ จากอดีตที่ทำให้เราเข้าใจได้ว่าทำไมเราถึงเป็นอย่างที่เราเป็น

การรู้อย่างลึกซึ้งว่าเราเป็นคนอื่นไม่ได้ คือบทเรียนที่ให้กำลังใจผมไม่น้อยเลยทีเดียว และมันช่วยเยียวยาความทุกข์ของการเป็น "คุณโยธิน" ได้อย่างดี

ปัจจุบันผมดูซีรีส์อนิเมะเล่น ๆ ที่เรียกว่า Spy x Family แต่ภายในอนิเมะแนวคอมเมดี้เราพบบทเรียนแอบซ่อนอยู่ ตัวละคร Twilight (หรือ สนธยา ในพากย์ไทย) ยอดสายลับต้องปิดบังอาชีพของเขาโดยการจ้างสตรีคนหนึ่งมาเป็นภรรยา โดยที่คุณสนธยาไม่รู้ว่าสตรีที่ชื่อ ยอร์ (Yor) ก็ต้องการปิดบังอาชีพ "นักฆ่า" ของเธอเช่นกัน

สามีภรรยาปลอม ๆ ที่ต่างไม่รู้อาชีพลับของกันและกัน รับเด็กหญิงวัยประถมมาเลี้ยง น้อง Anya มีพลังวิเศษอ่านใจคนได้

หน้าแรกของฉบับมังงะประกาศชัดเจนเลยว่าเรื่องราว Spy x Family ต้องการจะสื่ออะไร:

"คนเราทุกคนมีตัวตน ที่ไม่เคยให้คนอื่นเห็นอยู่ ไม่ว่าจะกับเพื่อน กับคนรัก หรือแม้แต่ครอบครัว เข้าหาคนอื่นด้วยรอยยิ้ม เพื่อปกปิดความในใจและตัวจริงไว้ เพราะแบบนี้โลกของเราจึงสามารถรักษาความสงบสุขเอาไว้ได้"

ใครที่รู้จักสังคมญี่ปุ่นบ้างคงต้องอุทานออกมาทันทีว่า so desu ne (มันเป็นอย่างนั้นจริงด้วย) ความกดดันและความเครียดของการพยายามรักษาภาพลักษณ์ในสังคมญี่ปุ่น ถูกนำมาเป็นอนิเมะแนวคอมเมดีที่มีสามซีซันได้เลยทีเดียว

โดยรวมแล้วเราได้ข้อคิดสองข้อจากอนิเมะสองเรื่องแล้ว

  1. เราเป็นใครคนอื่นไม่ได้
  2. ตัวตนที่แท้จริงของเรา ไม่มีใครคนอื่นเห็นได้ทั้งหมด

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คำถามที่ว่า "คุณโยธินเวอร์ชันไร้ศาสนาเป็นคนอย่างไร" อาจยังตอบไม่ได้ชัดเจน แต่อย่างน้อยวันนี้ดูเหมือนว่าจะมี "คุณโยธินเวอร์ชันคนให้อนิเมะฮีลใจ" โผล่ออกมาให้เห็นแล้วครับ